วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565

วัดมหาธาตุวรวิหารแห่งราชบุรี


สวัสดีครับวันนี้ Mello travel พาเพื่อนๆ มาเที่ยวชมเมืองราชบุรี ที่มีคำขวัญประจำจังหวัดราชบุรีว่า "คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนินเพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี" แต่ในวันนี้ Mello travel ไม่ได้นำเพื่อนๆ มาชมคนงามหรือโอ่งมังกรแ่อย่างใด  แต่ในวันนี้จะขอนำเสนอ  วัดมหาธาตุวรวิหารราชบุรี

 

 

 ประวัติความเป็มา

แรกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรมเขมรจากราชอาณาจักรกัมพูชาได้แพร่เข้าสู่ดินแดนราชบุรี จึงได้มีการก่อสร้างและดัดแปลงศาสนสถานกลางเมืองราชบุรีขึ้นเป็นพระปรางค์ และสร้างกำแพงศิลาแลงล้อมรอบเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเมืองตามคติความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาลของเขมรต่อมาในสมัยอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 20 – 21 ได้มีการก่อสร้างพระปรางค์แบบอยุธยาขึ้งซ้อนทับและสร้างพระปรางค์บริวารขึ้นอีก 3 องค์บนฐานเดียวกัน

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองราชบุรีจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออก ประชาชนก็ย้ายตามความเจริญไปด้วย วัดมหาธาตุจึงกลายเป็นวัดร้างไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2338 พระภิกษุองค์หนึ่งชื่อพระบุญมา ได้ธุดงค์มาเห็นวัดนี้มีสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมจึงได้ขอความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนช่วยกันปัดกวาดซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ ในที่สุด วัดมหาธาตุจึงกลับมาเป็นศูนย์กลางของศาสนาเช่นเดิม และยังคงเป็นมาจนถึงปัจจุบัน 

 


 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 พระปรางค์ประธาน   เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 และได้รับการซ่อมแซมเพิ่มเติมในสมัยอยุธยาตอนต้นตรงส่วนที่เป็นซุ้มด้านตะวันออก และภาพจิตรกรรมภายใน ประกอบด้วยพระปรางค์ประธานและพระปรางค์บริวาร 3 องค์บนฐานเดียวกันมีการตกแต่งองค์พระปรางค์ทั้งหมดด้วยลวดลายปูนปั้นอย่างงดงาน    ด้านตะวันออกของพระปรางค์ประธานมีบันไดและขึ้นมุขยื่น ภายในเป็นคูหาเชื่อมต่อกับพระปรางค์ ผนังภายในองค์พระปรางค์ทุกด้านมีภาพจิตรกรรมรูปพระอดีตพุทะเจ้า สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยเดียวกันกับการสร้างองค์พระปรางค์ พระวิหารหลวง อยู่ด้านหน้าพระปรางค์ภายนอกระเบียงคด เป็นซากอาคารในแผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานด้านล่างสุดก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้ามีมุขยื่น บนพระวิหารเคยมีเจดีย์ขนาดเล็กตั้งอยู่ แต่พังทลายลงหมด บนฐานวิหารมีอาคารไม้โล่ง หลังคาเครื่องไม่มุงสังกะสี อาคารหลังนี้กล่าวกันว่า นายหยินบิดาของขุนสิทธิสุวรรณพงศ์     อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรีเป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2454  พระวิหารนี้เคยเป็นที่ตั้งโรงเรียนพระอภิธรรมราชบุรี ภายในอาคารพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นแกนหินทรายขนาดใหญ่แสดงปางมารวิชัย 2 องค์ ประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ชนกัน พุทธศิลปะแบบอยุยาตอนต้น ด้านข้างทั้งสองและด้านหน้าของพระวิหารที่มุมด้านตะวันออกแยงเหนือและด้านตะวันออกเฉียงใต้    มีวิหารขนาดเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายสีแดงปางมารวิชัยประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ชนกันคล้ายกับพระพุทธรูปบนพระวิหารหลวง 

 

 


 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

พระอุโบสถ สันนิษฐานจากลักษณะทางสถาปัตยกรรมว่าสร้างขึ้นตอนปลายสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22 ซ่อมแซมครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2509 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาลด 2 ชั้น 3 ตับ เป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ด้านหน้าและด้านหลังทำพาไลยื่นรองรับโครงหลังคาด้วยเสาปูนจำนวน 3 ตับ ด้านข้างมีชายคาปีกนกโดยรอบ ฐานอาคารมีลักษณะศิลปะสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลาย คือแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือสำเภาหรือที่เรียกว่าแอ่นท้องช้าง ซุ้มประตูหน้าต่างปั้นปูนประดับกระจกเป็นซุ้มหน้านาง ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งบนฐานดอกบัว ด้านนอกโดยรอบมีกำแพงแก้วก่ออิฐถือปูนล้อมรอบ 

 


 

 



 

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

พระมณฑป ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระปรางค์ประธานภายนอกกำแพงแก้วปัจจุบันอยู่ในเขตสังฆาวาสของวัด เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนในผังสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบบนฐานเขียงรองรับฐานสิงห์ ผนังรอบด้านมีซุ้มหน้าต่างทรงมณฑปด้านละ 1 ซุ้ม เว้นด้านตะวันออกเป็นซุ้มประตูทางเข้ามีบันไดขึ้น – ลง เครื่องหลัวคาของพระมณฑปพังทลายลงหมดแล้ว ภายในพระมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาททำด้วยหินทรายสีแดง ฝาผนังด้านในมีภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติตอนเสด็จโปรดพระพุทธมารดาบนดาวดึงส์ และตอนผจญกองทัพพญามาร ปัจจุบันมีสภาพลบเลือนเกือบหมด เพราะไม่มีหลังคาคลุมทำให้น้ำฝนชะล้างสีจนภาพเลอะเลือน พระมณฑปหลังนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 

 



 


 

 

 

 

 

 

 

พระเจดีย์ เป็นเจดีย์รายเรียงเป็นแถวอยู่ด้านหน้าพระมณฑปจำนวน 5 องค์ เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังกลมจำนวน 4 องค์ และพระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองอีก 1 องค์ ทั้งหมดเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ที่ฐานของพระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองมีจารึกบนแผ่นหินอ่อนความว่า พ.ศ. 2462 สามเณรเซียะเล็ก พร้อมบุตรทิพ เจริญ ฮกเซ่งพิจารณาเห็นว่า พระเจดีย์เป็นปูชนียวัตถุถาวรจึงได้พร้อมใจกันมีศรัทธาสร้างขึ้นไว้ในพระพุทธศาสนานิพ์พานปัจจ์โยโหตุอนาคตะ  เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับการท่องเที่ยวเยี่ยมชมวัดมหาธาตุวรวิหารของชาวจังหวัดราชบุรีแห่งนี้ หากเพื่อนมีเวลาก็ลองแวะมาเยี่ยมชมไหว้พระขอพรกันที่วัดแห่งนี้ได้นะครับ สำหรับวันนี้ Mello travel  ขอจบทรีปท่อเที่ยวราชบุรีไว้เพียงแค่นี้   ขอบคุณที่ติดตามพวกเรานะครับ

 

ที่อยู่ ถนนเขางู หน้าเมือง เมืองราชบุรี ราชบุรี 24000 

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZXdNttEDLn8wxH17A  

เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น.

ผู้สนัยบสนุน ร้านหนังสือบางรัก

 



 

 

วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2565

วัดวรเชษฐารามหรือวัดเจ้าเชษฐ์

 

                                                        



 ประวัติย่อ 

วัดวรเชษฐาราม เป็นวัดร้าง ตั้งอยู่ในตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวัดวรเชษฐารามมีฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเอกาทศรถทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2136 สันนิษฐานว่าเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่ง สมเด็จพระเอกาทศรถ สร้างเป็นอนุสรณ์แด่พี่ชายผู้ประเสริฐ เดิมวัดนี้ชื่อ วัดเจ้าเชษฐ์ 

 


 


 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วัดมีเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่เป็นประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่มีลักษณะอ้วนป้อมบนฐานเตี้ย อายุของเจดีย์นี้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 20–22มีวิหารตั้งอยู่ด้านหน้าโดยมีอุโบสถอยู่ขนานกันอุโบสถไม่เหลือหลังคาแล้วแต่หน้าบันมีการประดับด้วยเครื่องถ้วยหรือการเริ่มเจาะหน้าต่างซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนปลายคือพุทธศตวรรษที่ 23แต่ใบเสมาเก่ากว่ารูปทรงโบสถ์ถัดไปอีกมีวิหารที่มีเจดีย์รายทรงเครื่องอยู่คู่หนึ่งมีกำแพงแก้วล้อมรอบอาคารทั้งหมดเอาไว้โดยมีคูน้ำล้อมรอบบริเวณ
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้วยประวัติความเป็นมาและความงดงามของวัดแห่งนี้ความรักเคารพนับถือที่น้องชายมีต่อพี่ชายความเสียสละอันยิ่งใหญ่นี่คืออีกปรากฎการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยาครับสถานที่แห่งนี้สันนิษฐานว่าเป็นที่ถวายพระบรมศพของพระสมเด็จเจ้าพระนครศวรมหาราชครับ ในช่วงที่ทีมงาน Mello travel ได้ไปท่องเที่ยวจะอยู่ในช่วงการบูรณะซ่อมแซมของทางราชการยังไม่เสร็จสมบูรณ์การเดินทางมาที่วัดแห่งนี้สะดวกมากๆ สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาที่วัดแห่งนี้ได้เลยครับสำหรับวันนี้ทาง Mello travel ขอจบทริป
ท่องเที่ยว
วัดวรเชษฐารามหรือวัดเจ้าเชษฐ์ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ


ผู้สนับสนุน  ร้านหนังสือบางรัก

 ข้อมูล วัดวรเชษฐาราม อยุธยา

  • ที่อยู่ : ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/zuXAMsTDEfgTyK1fA
 
 
 

วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565

วัดแม่นางปลื้ม

วัดแม่นางปลื้ม (วัดตำนานแห่งความกตัญญู)

ประวัติความเป็นมา

วัดมีตำนานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งทางวัดเขียนว่าแม่ปลื้มเป็นชาวบ้านอยู่ริมน้ำชานพระนครคนเดียวไม่มีลูกหลานวันหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรทรงพายเรือมาแต่พระองค์เดียวท่ามกลางสายฝนเมื่อเสด็จมาถึงเห็นกระท่อมยังมีแสงตะเกียงจึงทรงแวะขึ้นมาในกระท่อมแม่นางปลื้มเห็นว่าเสื้อผ้าพระองค์เปียกจึงได้กล่าวเชื้อเชิญด้วยความมีน้ำใจแต่พระองค์ท่านทรงตรัสเสียงดังแม่ปลื้มจึงกล่าวเตือนว่าอย่าเสียงดังนักกล่าวว่าเวลาค่ำถ้าพระเจ้าแผ่นดินได้ยินจะทรงโกรธพระองค์กลับตรัสด้วยเสียงอันดังว่าอยากดื่มน้ำจันทน์เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นแต่แม่ปลื้มบอกว่าเป็นวันพระหากจะดื่มได้ต้องไม่ให้เรื่องถึงพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ทรงรับปากและได้ประทับค้างคืนที่บ้านของแม่ปลื้ม เช้าจึงเสด็จกลับวังต่อมาทรงให้จัดขบวนมารับแม่ปลื้มไปเลี้ยงใน
วังด้วยความที่แม่ปลื้มเป็นคนมีเมตตาจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ครั้งแม่ปลื้มเสียชีวิตสมเด็จพระนเรศวรจึงจัดงานศพให้สมเกียรติและสร้างวัดแห่งนี้ไว้ที่เป็นระลึกมื่อแม่ปลื้มเสียชีวิต สมเด็จพระนเรศวรก็จัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติพร้อมสร้างวัดพระราชทานชื่อว่าวัดแม่นางปลื้ม ช่วงก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา 




 

 


 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

วัดแม่นางปลื้มเป็นฐานที่พม่ายิงปืนใหญ่เข้าไปในกำแพงพระนคร ด้วยเหตุนี้วัดจึงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ถูกเผาทำลายเช่นวัดอื่น ๆ ในเกาะเมือง นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาภายในวัด อันได้แก่ พระวิหารเก่าแก่ ภายในประดิษฐาน "หลวงพ่อขาว" พระประธานองค์สีขาวบริสุทธิ์ ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น เจดีย์ทรงกลมฐานสิงห์ล้อม ศิลปะสมัยอยุธยาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร พร้อมชมพระอุโบสถหลังใหม่ หน้าบันประดับด้วยปูนปั้นลวดลายวิจิตร และเข้าไปนมัสการพระพุทธรูป และถวายสังฆทาน 

 


 

 

 


 







 

 

 

สำหรับวัดแห่งนี้เมื่อได้อ่านประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้แล้วจะเห็นว่าจะแฝงไปด้วยความรู้สึกของความกตัญญููเอาใจใส่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชต่อหญิงชราชาวบ้านธรรมดาคนนี้เรื่องราวของแม่นางปลื้มยังคงได้รับการจดจำเล่าขานมาถึงทุกวันนี้ เรา  Mello travel มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาวัดแห่งนี้สิ่งที่โชคดีได้เดินผ่านซุ้มประตูแห่งกาลเวลาทุกคนที่ได้เดินทางมาที่วัดแห่งนี้จะต้องถ่ายรูปกับซุ้มประตูแห่งนี้ด้วยกันทุกคนครับสำหรับการเดินทางนั้นถือว่าสะดวกมากๆ  ตั้ง GPS  มาได้เลยครับ

 

 
 
ที่อยู่: ตำบล คลองสระบัว อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000

เวลาทำการ:  เปิด 07:00  ปิดเวลา 16.00

ผู้สนับสนุน    ร้านหนังสือบางรัก

ภาพ  chay  rakklang


วัดพระนอนหรือวัดโลกยสุธาราม (2022)

 

 


 

ประวัติความเป็นมา

วัดโลกยสุธารามสันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ. 1995 วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระเศียรหันไปทางทิศเหนือ พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันตก พระบาทหันไปทางทิศใต้ ด้านหลังเป็นทิศตะวันออก ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง แต่การบูรณะใน พ.ศ. 2499 คงมีการแก้พระเศียรเป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น ซึ่งแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด 


 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"ผมเดินชมบริเวณโดยรอบของวัดแห่งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่าตัวพระอุโบสถที่เป็นพระประธานน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควรเพราะมีอุโบสถบริวารตั้งอยู่ล้อมรอบ สถานที่วัดแห่งนี้ให้ดูลักษณะของใบเสมาเก่าที่ตั้งอยู่รอบพระอุโบสถหากไม่ถูกทำลายลงไปจะสวยงามมากๆ ครับ วัดแห่งนี้จะอยู่ติดกับวัดพระเชษฐารามมีคูคลองกันอยู่สองฝั่งของวัดเพื่อนๆลองมาเที่ยวชมวัดแห่งนี้สัมพัสด้วยตาของตนเองจะดีกว่าครับ "
 
 
สำหรับบริเวณโดยรอบวิหารของวัดแห่งนี้นอกจากจะมีพระพุทธรูประนอนขนาดใหญ่แล้วในส่วนของเจดีย์พระปรางค์ที่ตั้งอยู่ข้างวิหารพระอุโบสถของวัดก็ยังสมบูรณ์อยู่ ใบเสมาหินเก่ายังคงมีให้เห็นพอที่จะเรียนรู้ว่าโครงสร้างของวัดแห่งนี้เคยงดงามปานใด หากไม่ถุกทำลายลงไป  ทางทีมงาน mello travel  ได้มาเห็นประจักษ์แก่สายตาในครั้งนี้นับว่ามีบุญวาสนา พยายามที่จะถ่ายทอดความงดงามไปสู่สายตาให้เพื่อนๆได้ชื่นชมให้มากที่สุด
 
 
บริเวณวัด

 















 
เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อนๆ  ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาชมวัดพระนอนหรือวัดโลกยสุธารามอันที่จริงแล้วเพื่อนๆ หลายคนคงเดินทางมที่วัดแห่งนี้แล้ว ถ้าหากเป็นภาวะปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะแน่นมากๆ แต่ในช่วงนี้อยู่ใระหว่างการแพร่ของโรคระบาด จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวน้อย  ทำให้ผมและทีมงานได้ภาพสวยงามมากฝากเพื่อน   การเดินทางสะดวกมากครับจะมีรถยนต์รับจ้างหรือจะนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปจอดด้านในวัดได้เลยครับ

 
 
 
 แผนที่ของแผนที่สำหรับ 9H43+657 เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
 
 
 
สำหรับวันนี้   Mello  travel   ขอจบทริปเที่ยววัดพระนอนหรือวัดโลกยสุธารามไว้เพียงแค่นี้ก่อนนะครับ   ขอบคุณที่ติดตามพวกเราชาว   Mello travel    กดติดตามและเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ


ที่ตั้ง  199/29 ถนนอู่ทอง ประตูชัย พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 13000
 
ผู้สนันสนุน  ร้านหนังสือบางรัก
 
ภาพ    chay rakklang    
 
 











วัดมหาธาตุวรวิหารแห่งราชบุรี

สวัสดีครับวันนี้ Mello travel พาเพื่อนๆ มาเที่ยวชมเมืองราชบุรี ที่มีคำขวัญประจำจังหวัดราชบุรีว่า "คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งม...